วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

เรามาดูกันดีกว่าว่าสมัยสงครามโลกประเทศต่างๆเขากินอยู่กันอย่างไร!!

เยอรมัน

หากคุณเป็นชาวเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ลืมไส้กรอกเยอรมันไปได้เลย ขอแค่มีอะไรจะกินก็พอแล้ว เมื่อปี ค.ศ.1914 เยอรมันสามารถผลิตอาหารได้แค่ 80% นอกนั้นต้องนำเข้า และเมื่ออังกฤษทำการปิดล้อมเยอรมันด้วยกองทัพเรือ ชาวเยอรมันก็ต้องเผชิญกับภาวะอดอยากอย่างหนัก

ถึงกระนั้นในการปิดล้อมช่วงแรกชาวเยอรมันยังคงหัวเราะเยาะการกระทำของอังกฤษอยู่ เรือเหาะเชปเปอลินของเยอรมันได้เคยทิ้งระเบิดลงกรุงลอนดอน 7oลูก มีคนตายไป 26 คน และบาดเจ็บนับร้อย แต่เรื่องของเรื่องก็คือ นักบินเชปเปอลินได้บรรจงหย่อน ขาหมูรมควันผูกติดร่มชูชีพลงมาด้วย พร้อมขอความ ของขวัญจากเยอรมันที่กำลังจะอดตาย

ซึ่งสมพรปากเพราะพวกเขาแทบจะอดตายจริงๆ!!(และไม่มีขาหมูรมควันแล้วด้วย)

และเพราะอาหารแท้ๆนั่นหายากเย็นชาวเยอรมันเลยต้องหันไปพึ่งสิ่งที่เรียกว่า อาหารเทียม หรือ แอร์ซาตซ์ เช่น

ขนมปัง- ทำจากแป้งถั่วและถั่วลันเตา ผสมขี้เลื่อยเพิ่มปริมาณ

ขนมเค้ก- ทำจากแป้งเกาลัดและแป้งจากต้นโคลเวอร์

ไข่เทียม- ข้าวโพดผสมมันฝรั่ง

เนื้อ- ข้าวสับผสมเนื้อแกะ(เนื้อจริงๆ เท่าที่หาได้คือม้าไม่ก็หมา แล้วก็หายากด้วย) หรือไม่ก็เป็นสเต็กผักสีเขียวทำจากผักขม มันฝรั่ง ถั่วลิสง ไข่เทียม

เนย- เพิ่มปริมาณด้วยการผสมแป้ง หรือไม่ก็ทำจากนมที่จับตัวเป็นก้อนผสมสีเหลือง และน้ำตาล

พริกไทย เพิ่มปริมาณด้วยการผสมขี้เถ้า

กาแฟ- ทำจากลูกนัตอบผสมน้ำมันดิน จ่อมาก็กลายเป็นลูกสนกับลูกบีชแต่เมื่อต้องน้ำลูกไม้ไปเลี้ยงหมู กาแฟก็ทำจากแครอทกับหัวผักกาด(แล้วมันเรียกว่ากาแฟเรอะ?!)

ไขมัน- สุดจะบรรยาย เพราะพยายามผลิตจากวัตถุดิบต่างๆ เช่น หนูนา อีกา แมลงสาบ หอยทาก หนอน หรือกระทั่งรองเท้าบู้ตหนัง!



อังกฤษ

ข้ามฝั่งไปที่เกาะอังกฤษกันบ้าง ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งชาวอังกฤษโชคดีกว่าชาวเยอรมันมากกว่าเพราะแม้พวกเขาจะอดๆอยากๆแต่ก็เป็นช่วงๆเท่านั้น(ทั้งนี้ความโชคดีไม่นับรวมเรื่องรสชาติของอาหาร เพราะยามปกติมันยัง---ติ๊ด---ขนาดนั้นแล้วยามสงครามมันจะขนาดไหนกัน!)

ว่ากันว่าอาหารของอังกฤษนั้นแสนสาหัส ชาสำหรับทหารอังกฤษมีการเติมผงฟอกขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคและทำให้รสชาติชาเหมือนน้ำในสระว่ายน้ำ

ส่วนนมยามสงครามก็ไม่น่าไว้วางใจ ปี ค.ศ.1917 วิลเลี่ยม แซ็กบี้ คงส่งนมในลอนดอนถูกจับหลัง ขายนมที่ เจือน้ำเสียที่ได้จากอ่างน้ำในส้วมสาธารณะ....แหวะ

อาหารหลักของทหารอังกฤษยามสงคราม คือเนื้อกระป๋อง(คล้ายเนื้อแช่เกลือ) กินกับหัวหอมดิบ ไม่ก็ขนมปังกรอบ ว่ากันว่าชาวนาฝรังเศสที่ให้ที่พักทหารอังกฤษถึงกับดีใจมากที่ได้ขนมปังกรอบ เพราะ มัน แทน หินเหล็กไฟ ได้ ดี เยี่ยม!

นอกจากนี้แม้แต่ขนมเค้กที่ทางบ้านส่งไปให้ทหารที่สนามรบ ทหารรายหนึ่งถึงกับบอกว่ามันแย่ยิ่งกว่าลูกปืนเยอรมันเสียอีก

ว่าแล้วก็ขอนอกเรื่องอีกนิดแล้วกัน พูดถึงอาหารทำให้นึกถึงยา

คู่มือรักษาพยาบาลของอังกฤษ ในชื่อ คู่มือภาคสนาม ค.ศ. 1915 ลำดับที่ 3a ได้พูดถึงวิธีการแก้พิษ ชนิด กัดกร่อน ไว้ว่า

...นำเศษที่ขูดจากผนังหรือเพดานที่ทาสีขาวมาผสมกับน้ำแล้วดื่ม... (แล้วมันจะหายหรือเนี่ย ท่านเธอร์)

ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ หน้าลำดับถัดมา(ลำดับ 13) ได้พูดถึงวิธีแก้หิมะกัดไว้ด้วยว่า

...นำผู้ป่วยไปไว้ในห้องหรือสถานที่ที่ไม่มีการยิงกัน ถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยออกและถูแรงๆ ด้วยผ้าที่ชุบน้ำหรือแช่หิมะจนเปียกโชก....ใครเรียนหมอบอกที นี่มันวิธีการรักษาหรือฆ่าคนคร๊า



ว่าอังกฤษก็ต้องพูดถึง อเมริกา ด้วยสิ

ข้ามไปที่สงครามโลกครั้งที่สอง อเมริกาได้แจกคู่มือภาคสนามให้ทหารในสังกัด ข้อความมีดังนี้

คู่มือทหารเรือ หน้า 21

วิธียังชีพ เมื่อคุณอยู่ไกลจากฐานทัพเรือ และเสบียงก็เหลือน้อยมาก ให้คุณเอาตัวรอดโดยหันไปพึ่งธรรมชาติ

จำไว้ว่า - สัตว์ทุกชนิดกินได้

-ต้องระวังเวลากินงูพิษ

-ตัวอ่อนของแมลงเป็นอาหารที่กินดี

-ตั๊กแตนมีรสอร่อย แต่ต้องดึงปีกและขาออกก่อนกิน

-ห้ามกินดักแด้ หรือหนอนผีเสื้อ



ระหว่างสงครามว่ากันว่าทหารสหรัฐดื่มโค้กไปทั้งสิ้นหมื่นล้านกระป๋อง ก็นะ เนื่องจากว่าน้ำธรรมดานั้นสกปรกเกินไป บางทีกองทัพพยายามแก้ด้วยการเติมคลอรีน รสชาติน้ำจึงเหมือนน้ำตามสระ แถมยังบรรจุมาในกระป๋องน้ำมันเก่าๆ หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิง

กาแฟรึ ก็ห่วยสนิท

น้ำผลไม้ เจ้านี่ได้รับสมญาว่า น้ำกรดแบตเตอรี่

น้ำมะนาวเกล็ด ผสมน้ำแล้วรสชาติผ่านในฐานะน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

แอลกอฮอล์ ห้ามดื่ม

ดื่ม โคล่า ดีแล้วอัลฟ์เอ๊ย...

ที่มา : บอร์ดเฮตาเลีย

2 ความคิดเห็น: